__math__'s profilepob_leePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 15 เธอจะส่วนหนึ่งของหัวใจ... แม้ห่างไกลสุดสายตาในเส้นทางสายชีวิตของคนแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน
จุดเริ่ม...ต่าง จุดจบ...ต่าง สวยงาม...แสนเศร้า...ไม่เหมือนกัน เส้นทางเหล่านั้นอาจบังเอิญมาบรรจบเป็นเส้นเดียว แต่ก็หลายต่อหลายครั้งที่มันเพียงแค่ตัดกันในช่วงสั้นๆ แล้วก็แยกจากกันไป...คนละทิศ บางเส้นสายแยกไปแล้วยังกลับมาเชื่อมกันอีกครั้ง หรือหลายต่อหลายครั้ง บางเส้นเชื่อมกันไป...และจบลงด้วยกัน ตอนนี้เส้นทางของฉัน...เชื่อมอยู่กับเส้นทางของเธอ
เราพบกัน...และตกลงใจจะไปด้วยกัน แต่ชีวิตคนเรามีทางแยกแตกแขนงไปเสมอ จะเลี้ยวซ้าย...ขวา หรือตรงไป ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ หลายคนเรียกเส้นทางที่หันเหออกไปนี้ว่า "โอกาส" โอกาสที่แต่ละคนพบ ต่างกันไป
เส้นทางที่ให้เลี้ยวเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางเส้นขรุขระ บางเส้นสวยงาม แล้วแต่จังหวะและการตัดสินใจที่ต่างกัน และตอนนี้เธอก็ได้พบโอกาส...ทางแยกที่สวยงาม
แต่เธอก็กลัวและลังเล...กับการที่ต้องเลี้ยวไปตามทางสายใหม่ ยังรักเธออยู่...ไม่ใช่ว่าไม่รัก
กับการบอกให้เธอไป...ห่างไกลจากฉัน รู้ไหมว่าเธอไม่ได้เจ็บปวดเพียงคนเดียว แต่ยังมีฉัน...ที่รู้สึกไม่ต่าง เข้าใจดีว่าการตัดสินใจให้เธอไปครั้งนี้ อาจทำให้สายลมพัดพาเธอไปจากชีวิตฉันตลอดกาล แต่ตราบใดที่เราไม่กล้าที่จะก้าวเดิน แล้วเมื่อไรเล่าที่ชีวิตเราจะก้าวไป จงมั่นใจในหัวใจของเราทั้งสอง...ทั้งของฉันและของเธอ
เพียงเชื่อเอาไว้ว่า... สิ่งใดที่เป็นของเรา มันจะเป็นของเราเสมอ หากการที่เธอเดินไปตามทางสายนั้นทำให้เธอพบใครที่"ใช่"กว่า ก็โปรดจงเลือกเขา...อย่าลังเล เพราะโอกาส...คือการค้นหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต เหยียบดินคนละผืน แต่เรายังอยู่ร่วมฟ้า ก้าวย่างไปตามทางคนละสาย แต่ยังคงเป็นโลกใบเดียวกัน กายห่าง แต่ใจใกล้... ไม่เห็นหน้า แต่เรายังอยู่ด้วยกันเสมอ... แม้อนาคตจะมองไม่เห็น แต่ฉันรู้ได้ด้วยหัวใจฉัน ไม่ว่าเส้นทางจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน เธอจะเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจฉัน...เสมอไป March 26 คำสัญญามีค่าเหนือสิ่งใด"นี่ๆถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่เคียงข้างนายแบบนี้.. ถ้าเราจากนายไป ถ้าเราไม่รักนายแล้ว... นายจะเป็นยังไงเหรอ?"หญิงสาวคนนึงถามคนรักขณะนั่งอยู่ด้วยกัน
"หือม์?ทำไมเธอถึงถามอย่างนี้ล่ะ? เธอจะจากเราไปไหนเธอไม่รักเราแล้วเหรอ?"ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงตระหนก พร้อมกับกุมมือหญิงสาวเอาไว้
"เปล่าหรอก คือ...เราอยากรู้เฉยๆน่ะ"หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม
"อืม... ถ้าขาดเธอไปเหรอ...ฉันคงจะอยู่บนโลกนี้ได้ แต่อยู่อย่างไม่มีหัวใจ ถึงตัวฉันจะอยู่แต่หัวใจฉันมันคงจะไร้ความรู้สึก... เหมือนอยู่ไปวันๆ ...เธอเชื่อไหมว่า ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอตราบใดที่เธอยังมีลมหายใจ...ยกเว้นเสียแต่ว่าเธอจะเป็นคนเดินจากฉันไปเอง แต่หากเธอไม่มีลมหายใจเมื่อใด ฉันก็จะยังคิดถึงเธอและอยู่กับเธอ...แม้เธอจะไม่ได้เห็นหน้าฉัน แต่ฉันก็ยังเห็นหน้าเธอนี่ใช่ไหมล่ะ? แต่ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว เธอจะทำอะไรก็สิทธิ์ของเธอใช่ไหมล่ะ^^ เอาเถอะอย่าพูดถึงมันเลย ..."ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวเช่นกัน...
ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พูดขึ้นลอยๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร
แท้จริงแล้วอาจจะเกิดขึ้นภายในไม่ช้า
....
"ฉันเชื่อแล้วล่ะ...ฉันเชื่อนายแล้ว ไม่ว่ายังไงนายก็จะอยู่กับฉัน"หญิงสาวร่ำไห้อยู่ในโรงพยายาลเอกชนแห่งหนึ่ง... บอกกับร่างของชายหนุ่ม แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ลุกขึ้นมาพูดหยอกล้อกับหญิงสาวแล้ว...
แต่เข้ายังรักรักษาสัญญาจนวินาทีสุดท้าย...
ใช่ ชายหนุ่มเป็นเจ้าชายนิทรา เหตุเกิดเพิ่งเพราะแค่เขาจะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน
มีรถคันหนึ่งวิ่งฝ่าไฟแดงมากลางสี่แยก
ชายหนุ่มไม่เห็นจึงขี่รถออกไปเมื่อไฟเขียวตามความเคยชิน
โครม!
วันนั้นเขาไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก...
เขาไม่น่าจะต้องมาทุกข์ทรมานโดยการเป็นเจ้าชายนิทราเช่นนี้เลย
เพียงแต่สัญญาบางอย่าง...
สัญญาที่ว่าเขาจะต้องอยู่กับหญิงสาวตราบสิ้นลมหายใจนั้น
'เธอเชื่อไหมว่า ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอตราบใดที่เธอยังมีลมหายใจ...ยกเว้นเสียแต่ว่าเธอจะเป็นคนเดินจากฉันไปเอง '
ประโยคนี้แหละที่ทำให้หญิงสาวคิดได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้มั่นคงและซื่อตรงต่อสัญญาที่ให้ไว้
"ฉันเชื่อแล้วล่ะ ฉันจะไม่มีวันเดินจากนายไป ฉันจะอยู่กับนายนะ แม้ว่านายจะพูดกับฉันไม่ได้ แต่นายก็ยังอยู่กับฉัน ฉันไม่อยากเสียนายไปเหมือนกัน ฉันสัญญา"
จากนั้นมาหญิงสาวผู้นี้ก็ไม่ได้มีใครอีกเลย
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร จะสิบปี หรือยี่สิบปี สามสิบปี
ไม่ว่าชายหนุ่มจะลาโลกนี้ไปก่อนเธอ
เธอก็ยังจะรักษาสัญญา
...
แล้วคุณจะรู้ว่าคำสัญญามีค่ากว่าสิ่งใด... February 20 สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่าเหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิมหรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจคุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่าสิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาทีเราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลาเราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้นแต่ถ้าลองมองย้อนดู ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวันเพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมองอย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไปเราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ September 19 ช่วงเวลาที่มีความสุขช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ.... การตกหลุมรักใครสักคน การได้จูบครั้งแรก การได้หัวเราะจนท้องแข็ง การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงา การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ การได้นอนฟังเสียงฝนตก เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น การสอบเสร็จ การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว การได้ยิ้มกับใครสักคน การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล การถูกชมอย่างกะทันหัน การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม การมีเพื่อนใหม่ การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่ การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก August 08 ความรักของโปรแกรมเมอร์ค ว า ม รั ก ข อ ง โ ป ร แ ก ร ม เ ม อ ร์ เอา array มาเก็บความรัก เอา buffer มาพักใจไว้ เอา struct มาใส่ความห่วงใย แล้ว save เก็บไว้ในหัวใจเธอ complie ความปรารถนาดี ที่ execute ไว้เสมอ ยามใดที่ interrupt แล้วพบเจอ อยากจะ copy หน้าเธอไว้ทุกมุม ls ดูความจริงใจ ftp ความคิดถึงไปทั่วกลุ่ม declare ความห่วงหาให้ครอบคลุม แล้ว click ปุ่มเพื่อส่งความหวังดี del ความบาดหมางของสองใจ network เชื่อมใยใจที่ล้นปรี่ ให้ ram เก็บความรู้สึกที่มี ใช้ pointer ชี้สายสัมพันธ์ เก็บค่าความสุขลง file แล้ว move ย้ายค่าความโศกศัลย์ ทิ้งไปใน bin โดยพลัน เหลือ quota ไว้แค่ฉันกะเธอ July 17 แปลกมั้ยแปลก มะ... ที่คนที่คุณบอกว่ารัก เค้ากลับทิ้งคุณไป แปลก มะ... ที่เราส่งเมล์ให้คนที่ทำงานที่อยู่โต๊ะติดกัน แปลก มะ... ที่วันเกิด เรา พ่อแม่เราดีใจที่สุด - แต่เราไปทานข้าวกับคน อื่น แปลก มะ... ที่คุณเลี้ยงข้าวเพื่อน ตอนรับปริญญา - แต่คุณไม่ได้เลี้ยงข้าวคนที่ส่งคุณเรียนจบปริญญา แปลก มะ... ที่บางวันตื่นมาพร้อมกับคนที่รู้จักกันไม่ถึง 1 วัน แปลก มะ... ที่เรารักเพื่อนที่เคยเลี้ยงข้าวเราเพียง 1 มื้อ แต่เรากลับไม่เคยส่ง เงินให้คนที่เลี้ยงดูเรา มา 22 ปี แปลก มะ... ที่เรารักใครบางคนที่ไม่กล้าแม้กระทั่ง จะจับกางเกงในของเราแต่เรากลับเบื่อเสียงเตือนของคนที่ล้างก้นเราได้ มากกว่า 3 ปี แปลก มะ...ที่เพื่อนโทรมาชวนเราเวลาไหนเราก้อจะออกไป แต่พ่อแม่จะมาหา เรากลับบอกว่าไม่ว่าง แปลก มะ... ที่คุณทำอารายได้ทุกอย่างเพื่อใครบางคน - แต่คุณไม่เคยทำสิ่งที่พ่อ แม่คุณแอบดีใจ แปลก มะ... ที่ คุณต้องพูดจาเพราะ เพื่อให้เค้ายอมรับแต่ไม่เคยพูดครับและค่ะกับพ่อแม่คุณ เอง แปลก มะ... ที่คุณยังรอที่จะทำบุญกับท่านในวันที่ท่านไม่อยู่แล้ว July 15 การเปรียบเทียบที่ใช่การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว
ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน. . . . . . แต่เมื่อได้ชิม. . . . . ก็จะรู้ ว่า. . . . .รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น
ท จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง ที่ ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะเปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย
ท ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . . .ที่มีทุกรส ยกเว้น. . . . ความหวาน
ท ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ
ท ท ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง....... ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ......... แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง
ต่างกับเพื่อน...... ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดทีแต่ก็ยังเพราะ. . . . . ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง
คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น.. แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง...... คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่
June 30 love is shoesรองเท้า...กับ...ความรัก
ความรัก ก็เหมือนกับรองเท้า
รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไปดังนั้นเวลาเราไปเห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี
รองเท้าบางคู่สบายใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย แต่ถ้าใส่นานๆเข้าอาจจะรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกินรองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ อาจมีบ้างที่คับไป หรือ หลวมไป
แต่ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพักหนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเราจนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้
รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลกแต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเราอาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป
ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดีก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้วจะดีเหมือนอยู่กับคนอื่น ...
....เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมายเกินความจำเป็นเขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรดตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไปซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน .... แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะรองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยัง ใหม่บางคู่อาจดูโทรม ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่ จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของนอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับ ความรัก ระหว่างเจ้าของกับรองเท้า...เฮ้อ...น่าสงสาร.... ...รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาไม่ยากและไม่ง่ายแต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจอยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อนซึ่งรองเท้าคู่นั้นอาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย ขอแนะนำว่าอย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี ..รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วกิ๋บเก๋แต่รองเท้าสมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบจะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด
แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างถะนุถนอมจะได้อยู่กับเราไปนานเท่านานแต่ที่แน่ๆคุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่ารองเท้าคู่ไหนเหมาะกับคุณที่สุดจะเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น... ..วันนี้คุณได้เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณที่สุดหรือยัง.... พยายามเสาะหาต่อไปเถอะเราเชื่อว่าซักวันคุณจะได้เจอรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน...
...อย่าเลยนะ...อย่าพยายามเดินเท้าเปล่าเลยเพราะบนถนนมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเท้าของคุณมากมายหารองเท้าซักคู่มาใส่ป้องกันก่อนดีกว่าแม้ว่าคู่นั้นอาจจะยังไม่ใช่คู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ตาม.... เข้าใจนะ...ที่เธอจะไปในวันนี้ ก็รู้ดี...อยู่ด้วยกันไม่ใช่เพราะรัก เธอเพียงแค่อยากมี...บางคน...ใกล้ๆ และค้นหา...ใครสักคน...ตัวจริง อวยพรให้เธอโชคดี...แม้น้ำตาจะท่วมใจ
ทำใจ...แต่แรก...ที่รับเธอมา คนสุดท้ายของเธอ...คงไม่ใช่ฉัน ฉันเป็นเพียงแค่...บางคน...ที่เธอเดินผ่านมาเจอ ยืนยันว่าไม่เคยเสียใจ...ที่ได้เป็น"บางคน"
แค่ได้รัก...ได้มีเธออยู่ข้างๆ...ชั่วเวลาหนึ่ง เท่านั้นก็คุ้มค่า...สำหรับหัวใจฉัน แค่ได้เป็น...บางคน...ที่รักเธอก็พอ แต่ขอได้ไหม...ก่อนจะไป
สัญญากับ...บางคน...คนนี้ที วันไหน...หากไม่มีใคร กลับมาหา...บางคน...คนนี้ได้ไหม รู้เอาไว้นะว่ายังมี...บางคน...รอเธอ พร้อมทั้งหวังลึก-ลึก...ว่า"บางคน" ...จะได้เป็น"ใครคนนั้น"...ของเธอ a part in my heartเธอจะส่วนหนึ่งของหัวใจ... แม้ห่างไกลสุดสายตา
ในเส้นทางสายชีวิตของคนแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน
จุดเริ่ม...ต่าง จุดจบ...ต่าง สวยงาม...แสนเศร้า...ไม่เหมือนกัน เส้นทางเหล่านั้นอาจบังเอิญมาบรรจบเป็นเส้นเดียว แต่ก็หลายต่อหลายครั้งที่มันเพียงแค่ตัดกันในช่วงสั้นๆ แล้วก็แยกจากกันไป...คนละทิศ บางเส้นสายแยกไปแล้วยังกลับมาเชื่อมกันอีกครั้ง หรือหลายต่อหลายครั้ง บางเส้นเชื่อมกันไป...และจบลงด้วยกัน ตอนนี้เส้นทางของฉัน...เชื่อมอยู่กับเส้นทางของเธอ
เราพบกัน...และตกลงใจจะไปด้วยกัน แต่ชีวิตคนเรามีทางแยกแตกแขนงไปเสมอ จะเลี้ยวซ้าย...ขวา หรือตรงไป ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ หลายคนเรียกเส้นทางที่หันเหออกไปนี้ว่า "โอกาส" โอกาสที่แต่ละคนพบ ต่างกันไป
เส้นทางที่ให้เลี้ยวเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางเส้นขรุขระ บางเส้นสวยงาม แล้วแต่จังหวะและการตัดสินใจที่ต่างกัน และตอนนี้เธอก็ได้พบโอกาส...ทางแยกที่สวยงาม
แต่เธอก็กลัวและลังเล...กับการที่ต้องเลี้ยวไปตามทางสายใหม่ ยังรักเธออยู่...ไม่ใช่ว่าไม่รัก
กับการบอกให้เธอไป...ห่างไกลจากฉัน รู้ไหมว่าเธอไม่ได้เจ็บปวดเพียงคนเดียว แต่ยังมีฉัน...ที่รู้สึกไม่ต่าง เข้าใจดีว่าการตัดสินใจให้เธอไปครั้งนี้ อาจทำให้สายลมพัดพาเธอไปจากชีวิตฉันตลอดกาล แต่ตราบใดที่เราไม่กล้าที่จะก้าวเดิน แล้วเมื่อไรเล่าที่ชีวิตเราจะก้าวไป จงมั่นใจในหัวใจของเราทั้งสอง...ทั้งของฉันและของเธอ
เพียงเชื่อเอาไว้ว่า... สิ่งใดที่เป็นของเรา มันจะเป็นของเราเสมอ หากการที่เธอเดินไปตามทางสายนั้นทำให้เธอพบใครที่"ใช่"กว่า ก็โปรดจงเลือกเขา...อย่าลังเล เพราะโอกาส...คือการค้นหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต เหยียบดินคนละผืน แต่เรายังอยู่ร่วมฟ้า ก้าวย่างไปตามทางคนละสาย แต่ยังคงเป็นโลกใบเดียวกัน กายห่าง แต่ใจใกล้... ไม่เห็นหน้า แต่เรายังอยู่ด้วยกันเสมอ... แม้อนาคตจะมองไม่เห็น แต่ฉันรู้ได้ด้วยหัวใจฉัน ไม่ว่าเส้นทางจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน เธอจะเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจฉัน...เสมอไป June 17 แปลกมั้ยแปลกมั๊ย...
ใครๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย
เวลา... เดินไปข้างหน้า นาฬิกา... เดินอยู่ที่เก่า
เวลา... เราไม่อาจย้อนกลับ นาฬิกา... เราหมุนย้อนมันได้
เวลา... เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน นาฬิกา... เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
เวลา... ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร นาฬิกา... ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น
แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน แต่ถามหน่อย...
ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้วย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ
เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?
ฉัน... อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า หาสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
เค้า... อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป
แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นนั่นแหละ ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน
ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า…กันและกัน...
เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมาและตลอดไป May 14 FOR YOU ทุนเรียนดีรุ่น 4IMIm ,mIM"
,MI:"IM,mIMm
"IMmm, ,IM::::IM::IM, ,m"
"IMMIMMIMm::IM:::::IM""==mm ,mIM"
__ ,mIM::::::MIM:::::::IM::::mIMIM"
,mMIMIMIIMIMM::::::::mM::::::::IMIMIMIMMM"
IMM:::::::::IMM::::::M::::::::IIM:::::::MM,
"IMM::::::::::MM:::M:::::::IM:::::::::::IM,
"IMm::::::::IMMM:::::::IM:::::::::::::IM,
"Mm:::::::::IM::::::MM::::::::::::::::IM,
IM:::::::::IM::::::MM::::::::::::::::::IM,
MM::::::::IM:::::::IM::::::::::::::::::IM
"IM::::::::IM:::::::IM:::::::::::::::::IM;.
"IM::::::::MM::::::::IM::::::::::mmmIMMMMMMMm,.
IM::::::::IM:::::::IM::::mIMIMM"""". .. "IMMMM
"IM::::::::IM::::::mIMIMM"". . . . . .,mM" "M
IMm:::::::IM::::IIMM" . . . . . ..,mMM"
"IMMIMIMMIMM::IMM" . . . ._.,mMMMMM"
,IM". . ."IMIM". . . . ,mMMMMMMMM"
,IM . . . .,IMM". . . ,mMMMMMMMMM"
IM. . . .,mIIMM,. . ..mMMMMMMMMMM"
,M"..,mIMMIMMIMMIMmmmMMMMMMMMMMMM"
IM.,IMI""" ""IIMMMMMMMMMMM
;IMIM" ""IMMMMMMM
"" "IMMMMM
"IMMM
"IMM,
"IMM
"MM,
IMM, ______
______ "IMM__ .mIMMIMMIMMIMMIMM,
.,mIMMIMMIMM, ,mIMM, IMM""",mIM". . . ."IM,..M,
,IMMM' . . . "IMM.\ "M, IMM IM". . . . / :;IM \ M,
.mIM' . . . / .:"IM.\ MM "MM,M". . . /.;mIMIMIM,\ M
,IM'. . . / . .:;,IMIMIMMM IMM M". . / .:mIM"' "IM,:M
,IM'. . . / . .:;,mIM" '"IMM IMM IM. . /.mM" "IMI
,IM . . / . .:;,mIM" "IMMMMM MM,. /,mM "M'
IM'. . / . .;,mIM" "IIMMM ,IM,.,IM"
IM . . / . .,mIM" IMMMMMMM' """
`IM,. / ;,mIM" IIMMM
"IMI, /,mIM" __IMMM
"IMMMM" """IMM
"" IMM
IMM__
IMM"""
IMM__
IMM"""
love you so much
study well scholarship
love love May 13 สาเหตุที่หัวใจเอียงซ้ายเ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น คิ ด ดู แ ล้ ว . . หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย - ข ว า อ ย่ า ง แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . . แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ? บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ ใ ค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . . หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น แก้วใบหนึ่งPut the Glass Down
จงวางแก้วใบนั้นลง A lecturer was giving a lecture to his student on stress management. ขณะที่ครูกำลังสอนนักเรียนของเขาในหัวข้อการจัดการกับแรงกดดันและความเครียด He raised a glass of water and asked the audience, "How heavy do you think this glass of water is?" ครูได้หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งขึ้นมาและถามนักเรียนว่า "พวกเธอคิดว่าแก้วน้ำใบนี้หนักเท่าไหร่" The students' answers ranged from 20g to 500gm. คำตอบของนักเรียนมีตั้งแต่ 20 กรัมถึง 500 กรัม "It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it. "มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่แท้จริงของแก้วว่าหนักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอถือมันไว้นานเท่าใด If I hold it for a minute, it is OK.
ถ้าครูถือมันไว้เพียงหนึ่งนาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร If I hold it for an hour, I will have an ache in my right arm.
ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งชั่วโมง แขนของครูก็จะปวด If I hold it for a day, you will have to call an ambulance. ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งวัน พวกเธอคงต้องเรียกรถพยาบาล ฮา... It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes." แม้ที่จริงจะเป็นน้ำหนักเดียวกัน แต่ยิ่งฉันถือมันไว้นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น" "If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on, the burden becoming increasingly heavier."
ถ้าเราแบกภาระ(ความทุกข์ ความหนักใจ ฯลฯ)ของเราไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็ว ภาระนั้นจะยิ่งหนักขึ้นจนเราจะไม่สามารถจะแบกมันไว้ได้อีก "What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again."
ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทำคือ วางแก้วนั้นลงซะ พักสักระยะ ก่อนจะถือมันใหม่อีกครั้ง We have to put down the burden periodically, so that we can be refreshed and are able to carry on.
เราจะต้องวางสิ่งเราแบกไว้ลงเป็นระยะ เราจึงจะสามารถฟื้นพลังขึ้นมาใหม่ และสามารถแบกมันได้อีกครั้ง So before you return home from work tonight, put the burden of work down. ดังนั้นก่อนเธอจะกลับบ้านในคืนนี้ จงวางภาระของเธอลง Don't carry it back home. You can pick it up tomorrow. อย่านำมันกลับไปบ้านด้วย เธอสามารถยกมันขึ้นมาใหม่ได้ในวันพรุ่งนี้ Whatever burdens you are having now on your shoulders, let it down for a moment if you can. ไม่ว่าจะเป็นภาระใดก็ตามที่เธอแบกอยู่ในตอนนี้ วางมันลงซะสักพัก ถ้าเธอทำได้ Pick it up again later when you have rested... ค่อยยกมันขึ้นมาใหม่เมื่อเธอได้พักแล้ว Rest and relax. ขอให้ผ่อนคลายและพักผ่อน Life is short, enjoy it!! ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุขกับมัน December 09 ความรักนิยามความรัก
1.การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มี ความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง 2.พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่...ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคน นั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่านประทานมา 3.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคน แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และ ความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว 4.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลัง ว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป 5.เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประ ตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอเรา 6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่ สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด 7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีก เช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา 8.การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวัง ที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอ ใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา 9.มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่า ทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ 10.อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่า พูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้น อีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้ 11.ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะ ถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน 12.การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต 13.อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมัน จะไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่น หมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ 14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอา ไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น 15.ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณ มีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ 16.ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะ ทำให้คุณแข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความ หวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข 17.เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวด จากสิ่งเดียวกันเช่นกัน 18.คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่ เหมาะกาลเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้ 19.จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความ เป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเขาเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในพวกเขา 20.คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขา มีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก 21.ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา 22.ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา 23.อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหาก ไม่รู้จักปล่อยวาง ความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ 24.คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณ จะเป็นคนที่ยิ้มในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้ December 08 คิดถึง
friendsถ้าไม่.. แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เรามาพบกับคนอีกหลายคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ถ้าไม่.. แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เราถูกชะตา จนเรียกคนๆนั้นว่า “เพื่อน” .......เพื่อน..... คนๆนึงที่ครั้งนึงก็เป็นได้แค่ คนแปลกหน้าคนหนึ่ง เวลา ผ่าน เวลา คนแปลกหน้าคนนั้นก็กลับกลายมาเป็นคนที่เรา “ไว้ใจ” .......เพื่อน..... คนที่พร้อมอยู่กับเราเสมอๆ ไม่ว่า สุข ทุกข์ เหงา เศร้า .......เพื่อน..... คนที่พร้อมแชร์ความรู้สึกต่างๆโดย ไม่เคยเอ่ยปากว่า “ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะได้อะไร ” .......เพื่อน..... คนที่ไม่เคยสนใจว่าเราจะหน้าตาดี มีสกุล ร่ำรวย ยากจน สูง ต่ำ ดำ ขาว หรือไม่ .......เพื่อน..... คนที่ไม่เคยเสแสร้ง แกล้งทำ ........แต่...... เพื่อนตาย หายากเหลือเกิน เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ ว่า คนๆนี้เป็นเพื่อนตายของเราหรือไม่ เรามองด้วยตา เปล่าไม่ได้ว่าคนๆนี้ เป็นคนที่พร้อมจะเคียงข้างเราเสมอไปมั้ย เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่าคนๆนี้จริงใจ กับเราแค่ไหน ทั้งหมดนี้ เราใช้ “ ตา ” มองไม่เห็น ........แต่...... ทั้งหมดนี้เราใช้ “ ใจ ” มองเห็นได้ |
|
|